- เขียนโดย KNOWHOWBAKE : The School of Baking and Pastry Art
- ตรวจสอบโดย Chef Samarn Vichiernarat
- อัปเดต
สรุปสั้น (TL;DR)
-
1
งาน Pastry Chef คือดูแลขนมหวานทั้งครัว ตั้งแต่คิดสูตรจนถึงคุมคุณภาพ ทักษะที่ข้ามไม่ได้คือชั่งตวงแม่น คุมอุณหภูมิได้ เข้าใจวัตถุดิบ และทำงานให้ทันเวลา
-
2
ต้องเรียนจบอะไร: ไม่มีใบปริญญาบังคับ แต่ต้องพิสูจน์ฝีมือให้ได้ ทางที่พบบ่อยมี 4 แบบ เทียบกันได้ในตารางด้านล่าง
-
3
รายได้: ตามแหล่งอ้างอิงอยู่ราว 25,000 ถึง 50,000 บาทต่อเดือน แต่อาชีพนี้ฝีมือคือตัวกำหนดจริงของรายได้ จึงอาจได้มากกว่านี้
-
4
ข้อเสีย: ต้องยืนนาน ทำงานใกล้เตาร้อน และแข่งกับเวลาเสิร์ฟ อ่านหัวข้อข้อควรระวังก่อนตัดสินใจลาออกจากงานประจำ
สารบัญ
Pastry Chef ทำงานอะไร
Pastry Chef คือคนที่รับผิดชอบขนมหวานทั้งหมดของครัว ตั้งแต่คิดสูตร ทำ ตกแต่ง ไปจนถึงคุมต้นทุนและคุณภาพ ส่วนเชฟเบเกอรี่เน้นขนมปังและของอบที่ขายกันทุกวันเป็นหลัก สองงานนี้ใช้ความรู้ทับกันเยอะ แต่จุดเน้นไม่เหมือนกัน
งานขนมมีหลายสาย เช่น เค้ก ขนมชิ้นเล็กอย่างเอแคลร์และทาร์ต ช็อกโกแลต ขนมปัง และงานน้ำตาล ไม่มีเชฟคนไหนเก่งครบทุกสาย ส่วนใหญ่ลองหลายอย่างก่อน แล้วค่อยเลือกทางที่ถนัด
วันทำงานจริงของ Pastry Chef เป็นยังไง
วันทำงานของ Pastry Chef ในครัวโรงแรมกับในคาเฟ่ไม่เหมือนกัน เพราะรอบเวลาเสิร์ฟ จำนวนเมนู และจำนวนคนในทีมต่างกัน
งานในครัวโรงแรม ตารางของ Pastry Chef จะต่างกันตามกะ โดยทั่วไปจะมีทั้งกะกลางวันและกะกลางคืน กะกลางวันมักเริ่มประมาณ 06:00–07:00 น. เพื่อเตรียมขนมสำหรับบุฟเฟต์ อาหารเช้า งาน Coffee Break และงานจัดเลี้ยงช่วงกลางวัน จากนั้นช่วงสายถึงบ่ายจะเป็นงานผลิต เช่น เค้ก ขนมปัง ของหวาน และเตรียมงานสำหรับวันถัดไป โดยเลิกประมาณ 15:00–16:00 น. ส่วนกะกลางคืนอาจเริ่มประมาณ 22:00–23:00 น. งานหลักคืออบขนมปัง เตรียมเดนิช ครัวซองต์ และของที่ต้องพร้อมก่อนอาหารเช้า แล้วจบงานช่วง 07:00–08:00 น.
Pastry Chef กับเชฟเบเกอรี่ต่างกันตรงไหน
พูดสั้นๆ คือ Pastry Chef จะเล่นกับรสชาติ เนื้อสัมผัส และหน้าตาของขนมหวานแต่ละจาน ส่วนงานขนมปังจะเล่นกับการหมัก การขึ้นรูป และการทำให้ออกมาเหมือนกันทุกวัน แต่ในครัวจริงหลายร้านให้คนเดียวทำทั้งสองอย่าง ชื่อตำแหน่งเลยไม่ได้แยกขาดกันเสมอไป เวลาดูประกาศงาน ให้ดูรายละเอียดงานมากกว่าชื่อตำแหน่ง
ในครัวจริงสองสายนี้แยกกันที่ “จุดโฟกัสของงาน” มากกว่าชื่อตำแหน่ง Pastry Chef จะเน้นเค้ก มูส ครีม ช็อกโกแลต ของหวาน และงานตกแต่งที่ต้องละเอียดเรื่องรสชาติและหน้าตา ส่วน Baker จะเน้นโดว์ การหมัก การควบคุมอุณหภูมิ และการอบขนมปังให้ได้คุณภาพสม่ำเสมอทุกวัน
สิ่งที่นักเรียนมักเข้าใจผิดตอนเริ่มเรียน คือคิดว่าทำเค้กเก่งแล้วจะทำขนมปังได้ง่าย หรือทำขนมปังเป็นแล้วงานเพสตรีจะคล้ายกัน แต่พอทำจริงจะเห็นว่าทักษะคนละแบบ เช่น งานขนมปังต้องอ่านสภาพโดว์และการหมักให้เป็น ขณะที่งาน Pastry ต้องแม่นเรื่องอุณหภูมิ เนื้อสัมผัส และการประกอบหลายองค์ประกอบให้สมดุลกันครับ
Pastry Chef ต้องมีทักษะอะไรบ้าง?
ทักษะหลักมี 4 อย่าง คือ ชั่งตวงให้แม่น คุมอุณหภูมิให้ได้ เข้าใจว่าวัตถุดิบแต่ละอย่างทำปฏิกิริยากันยังไง และทำงานให้ทันเวลาโดยไม่พลาดซ้ำๆ ส่วนการตกแต่งกับการคิดเมนูใหม่ค่อยตามมาทีหลังได้ แต่ 4 อย่างแรกนี้ไม่มีใครข้ามได้
ทักษะเทคนิคที่ต้องแน่นก่อน
ในครัวขนม พลาดนิดเดียวก็พังได้ เช่น ชั่งแป้งเพี้ยน อบไฟแรงไป หรือตีไข่ไม่ถึงจุด บางทีเสียทั้งถาดเลย เพราะฉะนั้นต้องฝึกพื้นฐานให้แน่นก่อน ทั้งชั่งตวง ตีไข่ให้ได้สภาพ ทำครีมสามชนิด พับชั้นแป้งครัวซองต์ อบชูครีม และเทมเปอร์ช็อกโกแลต ใครเพิ่งเริ่ม อย่าเพิ่งข้ามไปตกแต่งให้สวย ทำเนื้อขนมให้ได้ก่อน
3 ข้อผิดพลาดที่นักเรียนใหม่เจอบ่อยในคลาส
- ชั่งวัตถุดิบไม่แม่น โดยเฉพาะของที่ใช้ปริมาณน้อย เช่น เกลือ ผงฟู เจลาติน หรือยีสต์ บางครั้งต่างกันเพียงไม่กี่กรัมก็มีผลกับเนื้อขนมแล้ว วิธีสังเกตคือสูตรเดียวกันแต่ผลออกมาไม่เหมือนกันทั้งที่ทำตามขั้นตอนเหมือนเดิม เชฟจะแก้โดยให้ชั่งทุกอย่างด้วยเครื่องชั่งดิจิทัลและเตรียมวัตถุดิบให้ครบก่อนเริ่มทำ
- ควบคุมอุณหภูมิของวัตถุดิบไม่ถูก เช่น เนยอ่อนเกินไป ครีมอุ่นเกินไป หรือช็อกโกแลตร้อนเกินตอนนำไปผสม ผลที่เจอคือครีมแยกตัว เนื้อเค้กไม่ขึ้น หรือมูสไม่เซต เชฟจะให้หยุดดูอุณหภูมิก่อนทำขั้นตอนต่อไป ไม่แก้ด้วยการเติมวัตถุดิบเพิ่มแบบเดาสุ่ม เพราะมักทำให้สูตรเสียสมดุลกว่าเดิม
- รีบข้ามขั้นตอนเพราะอยากให้เสร็จเร็ว เช่น ตีครีมยังไม่ถึงจุด พับส่วนผสมแรงเกินไป หรือยังไม่รอให้ชิ้นงานเซตก่อนประกอบ วิธีสังเกตคือเนื้อขนมยุบ ครีมเหลว ชั้นขนมเลื่อน หรือหน้าตัดไม่คม เชฟจะแนะนำให้นักเรียนดู “สภาพของส่วนผสม” มากกว่าดูนาฬิกาอย่างเดียว เพราะในงาน Pastry ความพร้อมของแต่ละขั้นสำคัญกว่าการทำให้ทันเวลาตามสูตร
ความรู้เรื่องวัตถุดิบและความชื้นครัวเบเกอรี่
ที่เมืองไทย ความชื้นคือศัตรูของขนมหลายอย่าง ทั้งเทมเปอร์ช็อกโกแลต ทำเมอแรงก์ และงานน้ำตาล ล้วนยากขึ้นเมื่ออากาศชื้น ครัวจึงต้องคุมความชื้น ใช้เครื่องดูดความชื้นหรือตู้เก็บที่คุมอุณหภูมิ และปรับเวลาอบตามอากาศวันนั้น ใครเรียนจากตำราต่างประเทศมา ต้องเรียนรู้การปรับสูตรให้เข้ากับอากาศบ้านเราด้วย
ทีมทดลองใช้สูตรเดียวกัน แบ่งส่วนผสมเท่ากัน แล้วทำพร้อมกันใน 2 สภาพแวดล้อม คือห้องแอร์ที่อุณหภูมิประมาณ 23–24°C ความชื้น 50–55% RH และห้องทั่วไปที่อุณหภูมิประมาณ 29–31°C ความชื้น 70–75% RH โดยใช้วัตถุดิบ อุปกรณ์ และขั้นตอนเหมือนกันทั้งหมด
จากการทดลองพบว่า ในห้องทั่วไปที่อากาศร้อนและชื้น ส่วนผสมอ่อนตัวเร็วกว่า เวลาทำงานสั้นลง และเนื้อขนมเซตช้ากว่า โดยเฉพาะงานครีมและช็อกโกแลต ส่วนในห้องแอร์สามารถควบคุมเนื้อสัมผัสได้ง่ายกว่าและรูปทรงคงตัวดีกว่า ทีมจึงแนะนำว่า หากทำขนมในวันที่อากาศชื้นมาก ควรลดเวลาที่วัตถุดิบอยู่ที่อุณหภูมิห้อง ใช้เครื่องปรับอากาศหรือเครื่องลดความชื้นเมื่อจำเป็น และพักชิ้นงานในตู้เย็นเป็นระยะ แทนการฝืนใช้เวลาเดิมตามสูตรทุกครั้ง
| สภาพแวดล้อม | อุณหภูมิ | ความชื้น | เวลาทำงานก่อนเนื้อเริ่มอ่อน | ผลลัพธ์ |
|---|---|---|---|---|
| ห้องแอร์ | 23–24°C | 50–55% RH | นานกว่า | เนื้อคงตัว รูปทรงชัด ทำงานง่าย |
| ห้องทั่วไป | 29–31°C | 70–75% RH | สั้นกว่า | เนื้ออ่อนเร็ว เซตช้า ต้องพักเย็นบ่อย |
ทักษะทำงานจริง เวลา ต้นทุน และทีม
อีกส่วนที่หน้าครัวเอาจริง คือ จัดลำดับงานให้ทันเวลาเสิร์ฟ คิดต้นทุนไม่ให้เสียของทิ้ง และสื่อสารกับทีมให้รู้เรื่อง อีกอย่างที่อยากให้ดูให้ดีนะ คือ สูตรเดียวกันอาจใช้ไม่ได้ในทุกครัว ต้องปรับตามเตา เครื่องมือ และอากาศหน้างาน
ต้องเรียนจบอะไรถึงจะเป็น Pastry Chef ได้?
ไม่มีใบปริญญาใบไหนที่เป็นกฎบังคับว่าต้องมีถึงจะเป็น Pastry Chef ได้ แต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าคุณทำงานได้จริง จะผ่านห้องเรียน ผลงาน หรืองานในครัวก็ได้ทั้งนั้น [ใส่ข้อมูลจริงจากเชฟ: เวลาเชฟเลือกคนเข้าทีม ดูอะไรก่อน ใบปริญญา ฝีมือ หรือทัศนคติ] ทางที่พบบ่อยมี 4 แบบ ดูเทียบกันได้ในตารางด้านล่าง
| เส้นทาง | ระยะเวลา | ค่าใช้จ่าย | เหมาะกับใคร | ข้อจำกัด |
|---|---|---|---|---|
| เรียนสาขาที่เกี่ยวข้องในมหาวิทยาลัยหรืออาชีวะ (เช่น คหกรณ์ การประกอบอาหาร วิทยาศาสตร์การอาหาร) | ตรวจจากหลักสูตรของแต่ละสถาบัน | ตรวจจากหลักสูตรของแต่ละสถาบัน | คนที่กำลังเลือกคณะหรือยังเรียนอยู่ ได้พื้นฐานกว้าง | เนื้อหาสายขนมอาจไม่ลึกเท่าสถาบันสอนขนมโดยเฉพาะ ดูรายวิชาในหลักสูตรก่อนสมัคร |
| เรียนที่สถาบันสอนทำขนมโดยเฉพาะ | 1-3 เดือน | ตรวจจากเว็บไซต์ของแต่ละสถาบัน | คนที่อยากได้ใบประกาศนียบัตรจากสถาบันชื่อดังและมีงบพร้อม | ประกาศนียบัตรไม่ได้การันตีงาน ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าทางอื่น [ตรวจตัวเลขจริงก่อนเปรียบเทียบ] |
| เรียนคอร์สแล้วสะสมผลงานเอง | คอร์สเพสตรี้และขนมหวานของ KNOWHOWBAKE แยกเป็นคอร์สๆ และมีโปรแกรมระยะยาว เช่น โปรแกรมเต็ม 168 ชั่วโมง | คอร์สเพสตรี้แต่ละคอร์สราคาราว 5,200 ถึง 6,500 บาท (คอร์สขนมหวานสำหรับคาเฟ่ 2 วัน 12,900 บาท) ตามราคาที่แสดงบนหน้าคอร์ส ณ วันที่เขียนบทความ | คนเปลี่ยนสายงาน คนที่ไม่มีเวลาเรียนเต็มเวลา | ไม่ใช่ปริญญา ต้องสร้างผลงานและหาที่ฝึกงานเองต่อ |
| เข้าครัวเป็นผู้ช่วยเชฟเลย แล้วเรียนจากงานจริง | แล้วแต่โอกาศในการลงมือทำงานจริง | ไม่ต้องจ่ายค่าเรียน แต่ได้ค่าจ้างเริ่มต้น | คนที่พร้อมทำงานหนัก และเรียนไปทำไป | ครัวไม่มีเวลาสอนทุกครัว ต้องมีพื้นฐานพอให้เขาไว้ใจ |
จะเลือกแบบไหนดีสำหรับคนไม่ได้จบสายอาหาร
ถ้าคุณไม่ได้จบสายอาหาร อย่าเพิ่งท้อ ทางเลือกที่คนเปลี่ยนสายใช้บ่อยคือเรียนคอร์สแล้วไปสะสมผลงาน ถ้าลังเลว่าจะเรียนออนไลน์หรือเข้าคลาสจริง ลองอ่าน เรียนขนมออนไลน์หรือเรียนในคลาสแบบไหนดีกว่ากัน ถ้าสงสัยว่าต้องเรียนคณะอะไรถึงจะตรงสาย ดูได้ที่ คณะและสาขาที่เกี่ยวกับการทำเบเกอรี่
ถ้าไม่เคยทำขนมมาก่อนเลย ควรเริ่มยังไง?
เริ่มจากทำสูตรพื้นฐานให้ได้ผลเท่าเดิมทุกครั้ง แล้วค่อยขยับไปงานที่ยากขึ้น ไม่ต้องมีประสบการณ์มาก่อน แต่ต้องยอมทำซ้ำและยอมให้ผลงานแรกๆ พังบ้าง แผนด้านล่างเป็นแนวทาง ไม่ใช่ตารางที่ทุกคนต้องเดินตาม
แผน 90 วันแรก
- เดือนแรก: ฝึกชั่งตวง อ่านสูตรให้เป็น และทำขนมง่ายๆ เช่น คุกกี้ มัฟฟิน เค้กเนย ทำซ้ำให้ได้ผลเท่าเดิม
- เดือนที่สอง: เข้าสู่งานครีมและขนมชิ้นเล็ก เช่น พาสเตอร์ครีม ชูครีม ทาร์ต
- เดือนที่สาม: เลือกขนมสามชนิดที่ถนัด ทำซ้ำจนสม่ำเสมอ ถ่ายรูปเก็บไว้ และเริ่มหาที่ฝึกงานหรือเป็นลูกมือในครัว
มีนักเรียนหลายๆท่านเริ่มเรียนตอนอายุประมาณ 30 ต้น ๆ เดิมทำงานออฟฟิศและแทบไม่มีพื้นฐานเบเกอรี่มาก่อน ช่วงแรกเริ่มจากเรียนพื้นฐานเค้ก คุกกี้ และขนมปัง เพื่อให้เข้าใจการชั่ง การตี การควบคุมอุณหภูมิ และการอ่านสภาพเนื้อขนม ก่อนค่อยต่อยอดไปงานที่ซับซ้อนขึ้น ใช้เวลาฝึกต่อเนื่องประมาณ 3–6 เดือน จึงเริ่มทำงานได้คล่องขึ้น และงานแรกที่ได้เป็นงานผู้ช่วยในครัวเบเกอรี่ ซึ่งต้องทำทั้งเตรียมวัตถุดิบ ชั่งของ อบ และช่วยประกอบขนมตามมาตรฐานของร้าน
สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การจำสูตร แต่คือการทำให้ได้ผลเหมือนเดิมทุกครั้ง เพราะตอนเรียนเรามีเชฟคอยดู แต่พอทำงานจริงต้องควบคุมเวลา อุณหภูมิ และแก้ปัญหาหน้างานด้วยตัวเอง นักเรียนคนนี้ใช้วิธีจดบันทึกทุกครั้งที่ทำผิด แล้วกลับมาฝึกซ้ำ จนความผิดพลาดลดลงและทำงานได้เร็วขึ้น
ทำผลงานและหาที่ฝึกงานแรก
ผลงานที่ครัวอยากเห็นไม่ต้องเยอะ ขอแค่ภาพชัดๆ ของขนมชิ้นเดียวกันที่ทำซ้ำแล้วหน้าตาเหมือนกันทุกชิ้น ถ้าอยากได้แผนเต็ม 6 เดือนสำหรับคนที่ทำงานประจำอยู่และอยากเปลี่ยนสาย อ่านต่อได้ที่ โรดแมป 6 เดือนสำหรับคนอายุ 30 ปีขึ้นไปที่อยากเปลี่ยนมาทำขนม
Pastry Chef เงินเดือนเท่าไหร่?
โดยรวมอยู่ราว 25,000 ถึง 50,000 บาทต่อเดือน ตามข้อมูลที่ Hotel Job University เผยแพร่เมื่อ 14 มกราคม 2025 แต่ตัวเลขนี้เป็นช่วงกว้างของทั้งอาชีพ ไม่ได้แยกว่าคนเพิ่งเริ่มงานได้เท่าไหร่ หัวหน้าครัวได้เท่าไหร่ และเว็บเดียวกันก็บอกว่ารายได้เปลี่ยนไปตามประสบการณ์ ประเภทสถานที่ทำงาน ทำเล และระดับตำแหน่ง อีกอย่างที่ควรรู้คือ อาชีพนี้รายได้ขึ้นกับฝีมือเป็นหลัก คนที่ฝีมือดีและสร้างผลงานได้โดดเด่นอาจได้มากกว่าช่วง 25,000 ถึง 50,000 บาทนี้ ตัวเลขข้างบนเป็นแค่ภาพรวมของงานประจำ ไม่ใช่เพดาน
ช่วงเงินเดือนตามระดับตำแหน่ง
จากประกาศงานจริงที่เปิดเผยเงินเดือนในกรุงเทพฯ พบว่าช่วงค่าตอบแทนต่างกันตามระดับหน้าที่ค่อนข้างชัด โดยตำแหน่งเริ่มต้นอย่าง Commis / ผู้ช่วยเชฟ อยู่ประมาณ 15,000–22,000 บาทต่อเดือน เช่น Asia Hotel Bangkok เปิดรับ Commis I–III ครัวเบเกอรี่/ขนมปังที่ช่วง 15,000–22,000 บาท ขณะที่ตำแหน่ง Chef de Partie ฝั่งเบเกอรี่อยู่สูงขึ้น เช่น บริษัท มิสเตอร์ชู จำกัด ประกาศ 18,000–23,000 บาท และ Bakery Chef de Partie ของบริษัท บรานิเฟสท์ จำกัดอยู่ที่ 23,000–30,000 บาท Jobsdb Thailand
ระดับหัวหน้างานอย่าง Sous Chef / รองหัวหน้าเชฟเบเกอรี่ ในประกาศของบริษัท บรานิเฟสท์ จำกัด อยู่ที่ 30,000–45,000 บาทต่อเดือน ซึ่งสะท้อนว่าพอขยับจากการผลิตประจำสถานีไปสู่การดูแลทีม ควบคุมคุณภาพ และรับผิดชอบภาพรวม เงินเดือนจะเพิ่มขึ้นค่อนข้างชัดเจน Jobsdb Thailand
ตัวอย่างประกาศที่ใช้เทียบ ณ วันที่เก็บข้อมูล:
| ระดับ | ตำแหน่ง / นายจ้าง | เงินเดือนที่ประกาศ |
|---|---|---|
| ผู้ช่วยเชฟ | Commis ครัวเบเกอรี่/ขนมปัง – Asia Hotel Bangkok | 15,000–22,000 บาท/เดือน |
| ผู้ช่วยเชฟ | Commis Chef – Badawi Fusion | 12,000–15,000 บาท/เดือน |
| ระดับต้น–กลาง | Demi Chef – Private Advertiser | 15,000–19,000 บาท/เดือน |
| ระดับกลาง | Chef de Partie – บริษัท มิสเตอร์ชู จำกัด | 18,000–23,000 บาท/เดือน |
| ระดับกลาง | Bakery Chef de Partie – บริษัท บรานิเฟสท์ จำกัด | 23,000–30,000 บาท/เดือน |
| หัวหน้างาน | Sous Chef (รองหัวหน้าเชฟเบเกอรี่) – บริษัท บรานิเฟสท์ จำกัด | 30,000–45,000 บาท/เดือน |
ข้อมูลข้างต้นมาจากประกาศงานบน Jobsdb ที่ยังแสดงช่วงเงินเดือน ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2026 และควรมองเป็น “ช่วงจากตัวอย่างประกาศ” ไม่ใช่อัตรากลางตายตัวของอาชีพ เพราะโรงแรม ร้านเบเกอรี่ และครัวผลิตแต่ละแห่งให้เงินเดือนต่างกันตามประสบการณ์ ความรับผิดชอบ กะการทำงาน และสวัสดิการ Jobsdb Thailand
ถ้าจะเขียนให้ตรงหัวข้อ ผู้ช่วยเชฟ / เชฟระดับกลาง / หัวหน้าเชฟขนม แบบสรุปสั้น ๆ ผมแนะนำใช้ว่า: ผู้ช่วยเชฟประมาณ 12,000–22,000 บาท, ระดับ Chef de Partie ประมาณ 18,000–30,000 บาท และระดับ Sous Chef ประมาณ 30,000–45,000 บาทต่อเดือน โดยระบุชัดว่าเป็นช่วงที่ได้จากประกาศตัวอย่างข้างต้น ไม่ใช่ตัวเลขที่กำหนดขึ้นเองครับ.
สิ่งที่ทำให้รายได้เพิ่มเร็ว
ปัจจัยหลักคือประสบการณ์ สถานที่ทำงาน และระดับหน้าที่ แต่ถ้าทำได้หลายสาย คุมความสม่ำเสมอได้ และคิดเมนูใหม่เป็น คนก็มักเห็นคุณค่าคุณมากขึ้น
จากประสบการณ์ของ Chef Samarn คนที่ขึ้นตำแหน่งเร็วไม่ได้มีแค่ฝีมือทำขนมดี แต่ต้องเป็นคนที่ “ไว้ใจให้รับผิดชอบงานได้” ด้วย เช่น เข้างานตรงเวลา เตรียมงานเป็นระบบ ทำของได้สม่ำเสมอ รักษาความสะอาด แก้ปัญหาหน้างานได้ และเมื่อทำพลาดก็รู้สาเหตุและไม่ทำผิดซ้ำ ที่สำคัญคือทำงานกับทีมได้ดีและสื่อสารชัดเจน เพราะพอขึ้นตำแหน่งสูงขึ้น งานไม่ได้มีแค่ทำขนม แต่ต้องเริ่มดูคน ดูเวลา ดูต้นทุน และดูคุณภาพทั้งทีมด้วยครับ
เส้นทางเติบโตจากผู้ช่วยเชฟถึงหัวหน้าเชฟขนม
สายนี้เติบโตแบบบันได เริ่มจากผู้ช่วยเชฟ ค่อยๆ ขยับไปคุมสถานีในครัว จนถึงหัวหน้าเชฟขนมที่คิดเมนูและคุมทีมเอง แต่ละก้าวใช้เวลาต่างกันแล้วแต่คน
จากประสบการณ์ทำงานจริง เส้นทางนี้ไม่ได้มีตัวเลขตายตัว แต่โดยทั่วไปช่วงแรกจากผู้ช่วยเชฟไปเป็น Commis หรือ Demi Chef อาจใช้ประมาณ 1–2 ปี จากนั้นขยับเป็น Chef de Partie อีกประมาณ 2–3 ปี และถ้ารับผิดชอบงานได้ทั้งคุณภาพ คน และการวางแผน อาจใช้ต่ออีกประมาณ 3–5 ปีจึงขึ้นระดับ Sous Chef หรือหัวหน้าเชฟขนม ดังนั้นตั้งแต่เริ่มทำงานจนถึงระดับหัวหน้า หลายคนใช้เวลาประมาณ 6–10 ปี แต่คนที่ฝีมือดี สม่ำเสมอ และรับผิดชอบทีมได้ อาจเติบโตเร็วกว่านี้ครับ
ที่ทำงานที่พบบ่อย
ที่ทำงานหลักคือโรงแรม คาเฟ่ และร้านขนม ส่วนคนที่สะสมฝีมือและทุนได้แล้ว บางคนเลือกเปิดร้านของตัวเอง หรือสอนทำขนม ถ้าอยากเปิดร้านเอง ลองอ่านก่อนว่าต้องเตรียมอะไรบ้างใน วิธีเปิดร้านเบเกอรี่ของตัวเอง
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจ
งานนี้ไม่ได้หวานเหมือนขนมที่ทำนะ ต้องยืนนาน อยู่ใกล้เตาอบที่ร้อน และทำงานแข่งกับเวลาเสิร์ฟ ช่วงเทศกาลมักหนักกว่าปกติมาก อีกเรื่องที่ควรรู้คือ เงินเดือนในประกาศไม่ได้การันตีว่าคุณจะได้เท่านั้น และใบประกาศนียบัตรก็ไม่ได้การันตีว่าจะได้งาน
สิ่งที่เชฟอยากบอกให้ชัดก่อนเข้าสายนี้คือ งานจริงใช้แรงและใช้เวลามากกว่าที่หลายคนคิด วันปกติอาจทำงานประมาณ 8–10 ชั่วโมง แต่ช่วงเทศกาล งานแต่ง ปีใหม่ คริสต์มาส หรือวันที่มีงานจัดเลี้ยงเยอะ ชั่วโมงทำงานอาจยาวกว่านั้น และต้องยืนทำงานต่อเนื่องหลายชั่วโมง งานที่หนักที่สุดไม่ใช่แค่ตอนอบหรือแต่งขนม แต่คือช่วงที่ต้องผลิตจำนวนมากให้เสร็จตรงเวลาและคุณภาพต้องเหมือนกันทุกชิ้น
คนที่เลิกกลางทางส่วนใหญ่มักไม่ได้เลิกเพราะทำขนมไม่เป็น แต่เพราะรับจังหวะงานจริงไม่ไหว เช่น ต้องตื่นเช้า ทำงานเป็นกะ ยืนทั้งวัน งานซ้ำเยอะ และรายได้ช่วงเริ่มต้นอาจยังไม่สูงอย่างที่คาด เชฟจึงแนะนำว่า ก่อนตัดสินใจเข้าสายนี้ควรถามตัวเองก่อนว่าเราชอบแค่ “ทำขนม” หรือเราชอบ “งานครัวขนม” จริง ๆ เพราะสองอย่างนี้ไม่เหมือนกันครับ
คำถามที่พบบ่อย
?
ไม่ได้จบสายอาหาร เป็น Pastry Chef ได้ไหม?
ได้ ถ้าคุณพิสูจน์ฝีมือได้ ทางที่พบบ่อยคือเรียนคอร์ส สะสมผลงาน และเข้าครัวเป็นผู้ช่วย ดูเปรียบเทียบกันได้ในตารางเส้นทางด้านบน
?
Pastry Chef กับเชฟเบเกอรี่ต่างกันอย่างไร?
Pastry Chef เน้นขนมหวานและความละเอียดของรสและหน้าตา ส่วนเชฟเบเกอรี่เน้นขนมปังและของอบที่ขายทุกวัน รายละเอียดอยู่ในหัวข้อแรกของบทความ
?
เรียนทำขนมกี่เดือนถึงทำงานเป็นเชฟขนมได้?
บอกจำนวนเดือนแน่นอนไม่ได้ เพราะขึ้นกับฝีมือและชั่วโมงที่ฝึกจริง คอร์สเข้มข้นปิดช่องพื้นฐานได้เท่านั้น ไม่ได้แปลว่าจบแล้วคุมครัวได้
?
Pastry Chef ทำงานที่ไหนได้บ้าง?
ทำได้ในโรงแรม คาเฟ่ ร้านขนม หรือเปิดร้านเอง และยังมีทางเป็นผู้สอน แต่ละที่ใช้สไตล์งานไม่เหมือนกัน อ่านเพิ่มในหัวข้อเส้นทางเติบโต
?
อายุ 30 กว่าแล้ว เปลี่ยนมาเป็นเชฟขนมทันไหม?
ทัน เพราะงานนี้ดูที่ฝีมือและความสม่ำเสมอมากกว่าอายุ แต่ควรคิดเรื่องแรงและชั่วโมงยืนทำงานให้ดี
?
Pastry Chef เงินเดือนเท่าไหร่?
ราว 25,000 ถึง 50,000 บาทต่อเดือนตามแหล่งอ้างอิง ขึ้นกับระดับ ประสบการณ์ และสถานที่ทำงาน แต่อาชีพนี้ขึ้นอยู่กับฝีมือเป็นหลัก จึงอาจได้มากกว่านี้ อ่านรายละเอียดในหัวข้อเงินเดือน
ก้าวต่อไป สำหรับคนอยากเป็น Pastry Chef
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังสนใจสายนี้ อย่าเพิ่งรีบจ่ายค่าเรียน ลองทำแผน 90 วันที่เล่าไว้ด้านบนก่อน แล้วดูว่าคุณยังสนุกกับการยืนทำซ้ำชิ้นเดิมให้ได้เท่าเดิมไหม คำตอบจะชัดขึ้นเอง ถ้าพร้อมเรียนจริงจังแล้ว ลองดู โปรแกรมเบเกอรี่และเพสตรี้ระยะยาวของ KNOWHOWBAKE ซึ่งเป็นหนึ่งในทางเลือกในตารางด้านบน เทียบกับทางอื่นก่อน แล้วค่อยเลือกอันที่เหมาะกับเวลาและงบของคุณ
แหล่งอ้างอิงที่เปิดตรวจแล้ว
- Hotel Job University: ช่วงรายได้ 25,000 ถึง 50,000 บาท เผยแพร่ 14 ม.ค. 2025 (เป็นแหล่งทุติภูมิ ไม่ใช่ปฐมภูมิ ควรเสริมด้วยประกาศงานจริง)
- Chef Instructor ของ KNOWHOWBAKE: Chef Samarn สมาคมเชฟและประสบการณ์ 35 ปี
